Tuesday, January 26, 2010

การจัดเก็บเครื่องประดับ


เกล็ดความรู้เล็กน้อยที่น่าสนใจ ในการจัดระเบียบบรรดาข้าวของเครื่องประดับให้อยู่ในที่ที่หาง่าย หยิบใช้สะดวกและดูแลรักษาได้ไม่ยากนัก ตู้เสื้อผ้าในบ้านส่วนใหญ่มักจะไม่พอใช้ อาจด้วยปริมาณเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้นและการจัดเก็บที่ไม่เป็นระเบียบ ทำให้เมื่อถึงเวลาจะใช้ก็หาชุดกับเครื่องประดับที่เข้ากันไม่ได้ เราเกล็ดดีๆ สำหรับเก็บของกระจุกกระจิกในตู้เสื้อผ้า ดังนี้

- ก่อนอื่นสำรวจว่ามีข้าวของ เครื่องประดับ และอุปกรณ์ใดบ้างที่จะเก็บในตู้และมีชนิดใดมากเป้นพิเศษ จะได้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บของที่มีมากให้เหมาะกับปริมาณของที่มี

- ของเล็กๆ จำพวกต่างหู สร้อยคอ กำไล แหวน ควรเก็บวในลิ้นชัก แบ่งช่องจัดเก็บของชิ้นเล็กๆ ไว้ด้วยกัน ภายในชิ้นชักอาจบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้ม เพื่อให้มองเห็นเครื่องประดับชิ้นเล็กได้ง่าย และป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องประดับด้วย

- หากมีนาฬิกาจำนวนมาก อาจหากล่องสำหรับใส่นาฬิกาโดยเฉพาะมาจัดเก็บไว้ในลิ้นขักตื้นที่เปิดได้ง่าย

- สำหรับหมวก เข็มขัด และกระเป๋าถือ ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บไม่มาก แต่ต้องการให้มองเห็นได้ง่ายเพื่อใช้สะดวก หากภายในบ้านมีผนังเบาหรือขอบเสาที่หนาจากผนัง อาจทำข้นแขวนซ่อนไว้ผนังตื้นๆ หนาประมาณ 20 เซนติเมตร ภายในกรุด้วยไม้เซาะร่องสำหรับแขวนตะขอเกี่ยวหมวก เข็มขัด และกระเป๋าถือ สำหรับจัดเก็บให้เข้าที่และเป็นที่โชว์ได้ในตัว

- เสื้อยืด เสื้อสเว็ตเตอร์และเสื้อไหมพรม ควรพับเก็บไว้ในลิ้นชักหรือชั้นปรับระดับแทนการแขวนเพื่อป้องกันการยืดตัวและเสียทรง

- ส่วนกางเกงยีนส์หรือกางเกงสแล็ก ควรพับครึ่งแขวนกับราวพาดสำหรับแขวนกางเกงแทนการพับครึ่งแล้วแขวนกับไม้หนีบ เพราะไม้หนีบผ้าจะทำให้ผ้าเป็นรอย หากจำเป็นอาจแขวนกับไม้แขวนเสื้อแบบที่มีราวแจวนกางเกงโดยเฉพาะจะดีกว่าแบบมีไม้หนีบ

- เสื้อชั้นในควรเก็บเรียงกันตามทรงของชุด จัดเก็บในลิ้นชักแทนการพับ เพราะจะทำให้ชุดเสียทรง ส่วนชุดนอนผ้าไหมอาจรีดแล้วแขวนในส่วนของตู้ยาวเพื่อไม่ให้เนื้อผ้ายับ
- เน็กไท ถุงเท้า และถุงน่อง อาจทำช่องแบ่งภายในลิ้นชัก เพื่อจัดเก็บแยกเป็นชิ้นหรือคู่จะสะดวกในการหา เน็กไทจะไม่ยับและไม่ทำให้คู่ของถุงเท้าหาย

- สำหรับชุดออกกำลังกายที่ทำจากผ้ายืด ชุดว่ายน้ำ กางเกงโยคะ หรือผ้าจำพวกสแปนเด็กซ์ทั้งหลาย ควรพับเก็บแยกในลิ้นชักต่างหาก โดยควรระวังให้ผ้าแห้งสนิทก่อนจัดเก็บทุกครั้ง

- อาจทำการติดตะขอที่ฝาตู้เสื้อผ้าหรือชั้นตื้นๆ เพื่อเก็บอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ เช่นเจลใส่ผม ที่คาดผม สร้อยจำพวกลูกปัด หรือผ้าคาดเอว เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ หรือติดกระจกเต็มตัวภายในตู้เสื้อผ้า หากไม่มีที่สำหรับติดกระจกภายนอกตู้

- ไม่ควรเก็บเสื้อผ้าในถุงพลาสติกที่มาจากร้านซักแห้ง เนื่องจากในระยะยาวภายในถุงอาจสะสมความชื้นจนเป็นบ่อเกิดของเชื้อราในเนื้อผ้าได้ ทางที่ดเมื่อนำผ้ากลับมาจากร้านซักแห้งแล้วควรนำออกจากถุง และแขวนเก็บตามปกติ เพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดี หากจำเป็นจะต้องเก็บในถุงเพื่อกันฝุ่น ควรเก็บเสื้อในถุงผ้าที่มีซิปแทนถุงพลาสติก และแขวนถุงที่ใส่สารกันชื้นไว้ด้วยเพื่อลดการสะสมความชื้น

- การจัดเก็บรองเท้าบางคู่ที่ต้องการถนอม ใส่ในกล่องรองเท้าพร้อมทั้งใส่สารกันชื้นในกล่อง โดยควรมีการเจาะระบายอากาศที่กล่องด้วย เพื่อให้รองเท้าโดยเฉพาะรองเท้าหนังมีการระบายอากาศที่ดี ไม่อับชื้น หากจะเก็บในชั้นเปิดควรแยกส่วนเป็นลิ้นชักหรือตู้แยกเพื่อป้องกันกลิ่นปะปนกับเสื้อผ้า

- สำหรับเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่ หากจะจัดเก็บในกล่องกระดาษ ควรระวังกรดจากกระดาษทำให้ผ้าเหลือง ควรเลือกใช้กล่องกระดาษที่ปราศจากกรดและห่อผ้าด้วยกระดาษบางๆ แยกกันเป็นชิ้นๆ ก่อนวางซ้อนทับกัน และหากเป็นไปได้ควรแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกัน

Monday, January 25, 2010

ฮวงจุ้ยการจัดห้องนอน


















ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยทั้งหลายมีความเชื่อว่า ห้องนอนควรเป็นสถานที่ที่จะช่วยฟื้นคืนพลังให้กับเจ้าของห้องได้ในระหว่างการนอนหลับ และต่อไปนี้คือเกล็ดเล็กน้อยที่ควรคำถึง

สิ่งที่ควรทำ

- ห้องนอนควรเป็นทรงสี่เหลี่ยม เป็นมุมฉาก เพราะจะทำให้พลังงานซี่สมดุล

- ควรตั้งเตียงนอนให้ชิดผลังเหนือหัวนอน ไม่เช่นนั้นจะเสมือนเตียงลอยเคว้งคว้าง สร้างให้พลังงานไหลเวียนอย่างไม่รู้จบ พลังซี่จึงไม่อาจพักอย่างสงบได้

- พยายามใช้สีออกแนวธรรมชาติ เพราะสีที่สดเกินไป เช่น แดง หรือส้ม อาจก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง

- ทำห้องนอนให้โปร่งโล่ง และสะอาด เพราะสภาพแวดล้อมที่สงบทำให้ใจคุณสงบขึ้นเช่นกัน

สิ่งที่ไม่ควรทำ


- ไม่ควรมีกระจกจำนวนมากในห้องนอน รวมถึงหน้าต่างห้องนอน ไม่ควรกว้างจนเกินไป เพราะจะทำให้พลังงานซี่รวมตัวกันได้ยาก ส่งผลให้นอนหลับได้ไม่สนิทนัก

- นอนในห้องเพดานลาดเอียง แบบห้องใต้หลังคา ส่งผลให้เกิดพลังซี่ในด้านลบ

- หากนอนอยู่ภายใต้โคมไฟโดยตรง แส่งส่องจากโคมไฟจะส่งผลให้เกิดปวดศีรษะ และสำหรับแสงไฟระหว่างเตียงนั้น อาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้

- จัดวางสิ่งของต่างๆ เช่น ของสะสมในอดีต สร้างบรรยากาศให้นึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังมากเกินไป ควรวางประดับแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจจะดีกว่า

Saturday, January 23, 2010

จัดห้องนอนให้หลับฝันดี












การนอนหลับ
ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่เรามีความสุขที่สุด ดังนั้นการจัดห้องนอนก็ต้องเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญมาก ควรใช้ความละเอียดอ่อนในการจัดและการเลือกวัสดุ วันนี้มีวิธีที่เราต้องคำนึงถึงเมื่อต้องการจัดห้องนอนเพื่อการพักผ่อนที่สงบสุขและแสนสบาย

1. ห้องนอนควรเป็นห้องนอน ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ห้องนอนเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ทั้งการทำงาน หรือเป็นที่เก็บสะสมของ แม้กระทั่งโทรทัศน์ ต้องเตือนตนเองว่าห้องนี้คือห้องพักผ่อนสำหรับคุณและคนที่คุณรักเท่านั้น

2. ควบคุมปริมาณแสง แม้แสงส่องลอดเพียงเล็กน้อยจากด้วงอาทิตย์ ก็สามารถรบกวนการนอนในขณะหลับตา หรือช่วงพยายามหลับได้ หากม่านหน้าต่างไม่สามารถกั้นแสงได้หมดการพรางแสงด้วยการปิดกั้นทับผ้าม่านหน้าต่างให้มืดสนิทก็จะสามารถช่วยได้

3. ซ่อนนาฬิกา รวมถึงทุกสิ่งที่ให้แสงสว่างเรืองที่ตัวเลขและเสียงเดินจังหวะ เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้คุณพะวง ซ่อนให้พ้นสายตาได้ง่ายๆ ที่ใต้เตียง แต่ให้อยู่ในที่เอื้อมถึงในยามเช้า

4. ทำอากาศให้ไหลเวียนเสมอ
ห้องนอนที่อับทึบทำให้เกิดอาการปวดศีรษะสะสมทีละเล็กทีละน้อย และทำให้เกิดอาการล้า ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศไหลเวียนในทุกๆ เช้าให้เป็นกิจวัตร กว้างสัก 2-3 นิ้วก็ยังดี

5. หรี่แสงไฟ อุปกรณ์หรี่แสงไฟข้างเตียงให้สลัว สามารถสร้างบรรยากาศการนอนที่แตกต่างได้

6. ฟุ่มเฟือยกับเครื่องนอนบ้าง ผ้าปูที่นอนคุณภาพดี สามารถสร้างสัมผัสที่เป็นสุขสำหรับการนอน ควรเลือกผ้าปูที่จำนวนด้าย 400 เส้น เพื่อให้สัมผัสต่อผิวกายที่นิ่มนวล

7. ขนาดเตียงให้ใหญ่พอ เลือกซื้อเตียงใหญ่ที่สุดเท่าที่จะมีกำลังซื้อและให้เหมาะสมกับขนาดห้องนอน ซึ่งหากเป็นเตียงคู่ ควรทดลองนอนดูก่อนว่า ขณะนอนตะแครงงอศอกนั้น ศอกจะต้องไม่ชนกับศอกคนนอนข้างๆ

8. ซื้อที่นอนคุณภาพดี ที่นอนซึ่งผลิตขึ้นอย่างดี จะใช้ได้ยาวนานถึงราว 25 ปีทีเดียว โดยที่นอนแบบสปริงนั้นสามารถรองรับน้ำหนักของสรีระแยกแต่ละส่วนได้ ส่วนที่นอนแบบโฟมยางน้น สามารถรองรับความโค้งเว้าของสรีระได้ดี

9. ทดสอบก่อนซื้อ ความแข็งหรือนุ่มของที่นอนขึ้นอยู่กับความชอบ หากต้องซื้อที่นอนสักหลังจึงควรทดลองนอนให้สบายบนที่นอนนั้นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยอย่าลืมจูงมือคนที่นอนข้างๆ ไปร่วมทดลองด้วย สังเกตดูว่าหากที่นอนแข็งเกินไปเมื่อสอดมือไว้ใต้หบังส่วนเองจะมีช่องเหลืออยู่ ซึ่งอาจทำให้ปวดหลังได้ในระยะยาว

10. หมอนหนุนสบาย
หมอนหนุนสบายควรรองรับน้ำหนักศีรษะได้ดี เลือกหมอนขนาดใหญ่พอประมาณที่จะรองรับต้นคอและบ่าได้ด้วย โดยหมอนชนิดยางพาราสามารถโค้งเว้าเข้ากับสรีระทุกส่วน

11. อิ่มเอมกับความสบาย ผ้านวมหรือที่เรียกดูเวต์ (Duvet) ชนิดบุไส้ในด้วยวัสดุธรรมชาติ อาทิ ขนอ่อนของเป็ด มีคุณสมบัติให้อุณหภูมิที่เหมาะสมและสบายสำหรับการนอนมากกว่าไส้ใยสังเคราะห์

Sunday, January 17, 2010

เทคนิคการเลือกซื้อประตู

















บ้านของเราเอง เราต้องใส่ใจทุกรายละเอียดถ้าเราไม่อยากให้ตัวเองต้องมานั่งทุกข์อกทุกข์ใจ แล้วมาเสียเวลาแก้ไขทีหลัง นอกจากจะเสียความรู้สึกแล้ว เรายังต้องเสียเงินเสียทองโดยเปล่าประโยชน์อีก ดังนั้นคุณควรจะให้ความสำคัญในการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างด้วยตัวเอง หรือถ้าไม่ได้ไปเลือกซื้อด้วยตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเราควรมีความรู้เพื่อจะได้รู้เท่าทันผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าง วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกซื้อประตูมาฝาก ว่าเราต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับประตูบ้าน

1. ตำแหน่งที่จะต้องติดตั้ง ถ้าเป็นการติดตั้งภายนอกตัวบ้านก็ต้องเลือกประตูที่ทำจากไม้เนื้อแข็งที่สามารถทนแดด ทนฝนได้ เช่น ไม้สัก ไม้มะค่า

2. ดูลักษณะการใช้งาน ถ้าหากต้องการปิดให้มิดชิดต้องเป็นประตูแบบทึบหมด ถ้าต้องการให้ห้องมีแสงสว่างส่องเข้าถึง ต้องเป็นแบบมีกระจก และถ้าต้องการให้มีอากาศถ่ายเทได้ ต้องเลือกแบบมีบานเกล็ด

3. ขนาด
ถ้าติดวงกบไว้แล้ว ต้องเลือกขนาดให้พอดีกับวงกบ ถ้าหากว่ายังไม่มีวงกบ ก็แล้วแต่ความต้องการว่าอยากได้ความกว้างเพียงไร

4. ลวดลาย
ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว และรูปแบบการตกแต่งโดยรวมของห้องนั้น หรือ บริเวณนั้นๆ

5. งบประมาณ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่า สามารถจะเลือกซื้อประตูที่มีคุณภาพ ได้มากน้อยเพียงไร

เพิ่มเติม

หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าจะใช้แบบไหน ต่อไปก็จะต้องดูความเรียบร้อยของประตู ดังนี้
- ขนาด ต้องดูที่ขอบหรือสันของประตูว่าขนาดที่ระบุไว้นั้นตรงกับความต้องการหรือไม่
- ผิวหน้า ต้องดูว่ามีตาไม้ หรือมีตำหนิที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการขัดแต่งทำสีหรือไม่ ความปราณีตจะเป็นเรื่องของรายละเอียดเช่น การประกอบ การขัดแต่งต่าง ๆโดยปกติจะมีการแบ่งเกรด ตามคุณภาพของงานซึ่งย่อมมีผลต่อราคา

Friday, January 8, 2010

การจัดตู้เสื้อผ้า (Wardrobe)


















เปิดตู้เสื้อผ้าทีนึง อะไรต่อมิอะไรร่วงลงมากองกันหมดเลย หรือไม่ก็หาเสื้อตัวที่เคยไส่ไปเที่ยวทะเลเมื่อต้นปีไม่เจอไม่รู้ว่าไปแอบอยู่ตรงส่วนไหนของตู้ก็ไม่รู้ ตู้เสื้อผ้ามันรกจริงๆ มาลองจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ให้น่ามองและหาของใช้ได้ง่ายขึ้นกันดีกว่าแถมเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

1. ควรเอาเสื้อผ้าทั้งหมดมาจัดแยกกลุ่ม แยกประเภท เช่น กางเกงขายาว, กางเกงขาสั้น, เสื้อแขนยาว, เสื้อแขนสั้น, กระโปรง

2. จัดเก็บโดยการแยกแขวนตามเฉดสี แยกออกระหว่างสีพื้นและลวดลาย โดยไล่ไปตามน้ำหนักสีจากสีอ่อนไปเข้ม

4. ควรแยกเสื้อยืด ชุดนอน พับเก็บไว้ ในลิ้นชักหรือชั้นวาง เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่แขวนในตู้เสื้อผ้า

5. แยกเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักมากกับน้ำหนักเบา เพื่อแยกแขวน เสื้อผ้าน้ำหนักเบาแขวนราวบน เสื้อน้ำหนักมากแขวนราวล่าง

6. เสื้อผ้าที่มีน้ำหนัก เช่น เสื้อสูท เดรสผ้าถัก ให้นำไปแขวนกับไม้แขวนแบบหนา เพื่อรักษารูปทรง

7. ของใช้ชิ้นเล็กสำหรับตกแต่ง เช่น เนคไท ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือเข็มขัด ให้เก็บไว้ในกล่องหรือตะกร้า ถ้าเป็นกล่องที่แบ่งช่องเล็กๆ เก็บเป็นชิ้นๆ ก็จะหยิบใช้งานง่าย

8. ช่องเปิดด้านบนสุดของตู้ ให้เก็บของชิ้นใหญ่ ที่หยิบง่าย ไม่ใช้บ่อย เช่น ผ้าปู ปลอกหมอน หมอน หรือกระเป๋า ส่วนล่างสุดเก็บรองเท้าที่ทำความสะอาดดีแล้ว

9. หาตะกร้าซักใบ เพื่อใช้เก็บชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้าใช้แล้วที่รอการซัก

10. ให้ช่างมาติดดวงไฟในตู้ เพื่อสะดวกในการสำรวจหาเสื้อผ้า กรณีเป็นไฟแบบเปิดปิดพร้อมการเปิดตู้ก็จะช่วย ประหยัดไฟ แต่ต้องเช็คให้มั่นใจว่าได้ปิดประตูตู้ได้สนิท และไฟดับแล้ว เพราะถ้ายังไฟเปิดตลอดเวลาอาจทำให้เกิดความร้อนจนลุกไหม้เป็นไฟได้

11. หมั่นสำรวจตู้เสื้อผ้าทุกหกเดือน เพื่อรื้อสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้วไปบริจาค และจัดเก็บแต่ละส่วนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ

12. ปิดประตูตู้ทุกครั้งหลังจากใช้งาน เพื่อป้องกันผงฝุ่นและแสงแดดไปทำลายผ้า และควรดูดฝุ่นในตู้และบนชั้น เดือนละ 1-2 ครั้ง

13. ใส่อุปกรณ์ดักจับความชื้นหรือถุงหอมในตู้ และเพิ่มเครื่องหอมเช่น การบูร บุหงารำไป หรือก้อนหอมดับกลิ่น แก้ปัญหากลิ่นอับและเพิ่มความหอมให้เสื้อผ้า